มวยไทยผ่านโอลิมปิก ฝันคนไทยกลายเป็นจริง

มวยไทยผ่านโอลิมปิก

มวยไทยผ่านโอลิมปิก เตรียมตัวเฮได้เลยในตอนนี้มวยไทยกำหนดเข้าสู้ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเป็นกีฬาโอลิมปิดอย่างเต็มตัว

มวยไทยผ่านโอลิมปิก หลังการต่อสู้กว่า 20 ปี สุดท้ายมวยไทยสมัครเล่น ก็ได้ผ่านขั้นตอนสำคัญแล้ว เมื่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ลงความเห็นโหวตรับประกันให้ สมาพันธ์มวยไทยนานาประเทศ หรืออีฟม่า (IFMA) เป็นสมาพันธ์กีฬานานาประเทศเต็มแบบอย่าง สำหรับเพื่อการสัมมนาคณะผู้แทนใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 138

จัดขึ้นที่โฮเต็ลโอกุระ กรุงเมืองโตเกียว ญี่ปุ่น ช่วงวันที่ 20 ก.ค. 2564 ก่อนหน้าที่ผ่านมา ซึ่งมี นายโธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) เป็นประธาน แล้วก็มี คุณหญิงปัทมา ลีความเจริญรุ่งเรืองเครือญาติ ไอโอซีเมมเบอร์หญิงไทย ร่วมสัมมนากับคณะกรรมการบริหารคนอื่นด้วย นับว่าเป็นด่านสำคัญท้ายที่สุดก่อนโชว์ในเวทีโอลิมปิก

โดยวาระสำคัญของงานสัมมนาคณะผู้แทนใหญ่ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 138 อยู่ที่การโหวตลงความเห็นอย่างเป็นทางการให้ สมาพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาประเทศ (IFMA) ได้รับรองอย่างเป็นทางการ ให้เป็นสมาพันธ์กีฬานานาประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปูทางไปสู่การบรรจุชิงชัยในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ในอนาคตด้านหน้า ร่วมกับสมาพันธ์เชียร์นานาประเทศ, สมาพันธ์แซมโบ้นานาประเทศ, สมาพันธ์ไอซ์สต็อคสปอร์ต, สโมสรหน่วยงานบ็อกซิ่งโลก รวมทั้ง เวิลด์ ลาครอส

สมาพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาประเทศ หรือ “อิฟมา” มีเป้าหมายรวมมวยไทย ที่มีอยู่ทั้งโลกนั้นให้มาอยู่ภายใต้กฎข้อตกลงอันเดียวกัน โดยปี 2549 มวยไทยเปลี่ยนเป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ ข้างหลังได้รับการเห็นถูกใจด้วยคะแนนเสียงอย่างเหลือเฟือ โดยขยับมาอยู่ในฐานะเดียวเท่ากันกับสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ (FIFA) ของแวดวงบอล, ฟีบา (FIBA) ของบาสเกตบอล แล้วก็ ฟีที่นา (FINA) ของกีฬาว่าย โดยการยืนยันจากชมรมสมาพันธ์กีฬานานาประเทศ (General Association of International Sports Federations : GAISF) ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “มวยไทย” แล้วก็อยู่ภายใต้การดูแลของ “อิฟมา”

ในปี 2555 อิฟมา ประกาศตัวให้สังคมโลกและก็โอลิมปิกได้รับรู้ถึงความมุ่งมั่น ก่อนที่จะยื่นขอการการันตีชั่วครั้งชั่วคราวจากไอโอซี และก็ได้รับการยืนยันในปี 2559 ข้างหลังผ่านหลักเกณฑ์สำคัญทั้งผอง 54 ข้อใน 8 หมวด ก่อนที่จะปัจจุบันจะได้รับการยืนยันอย่างเต็มรูปแบบในห้องประชุมคณะผู้แทนใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 138 ซึ่งถือว่าเป็นการปูทางไปสู่การส่งเสริมให้กีฬาชกมวยไทยให้ยิ่งมีชื่อเสียง ให้สำเร็จตามเป้าหมายสำหรับเพื่อการจัดให้มีต่อสู้ในโอลิมปิกเกมส์

 

มวยไทยผ่านโอลิมปิก

ดังนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์กาญจน์ รองนายกฯ ในฐานะประธานอนุกรรมการอำนวยการเคลื่อนกีฬาชกมวยไทยสู่โอลิมปิก และก็แผนกอนุกรรมการดำเนินงานการขับเขยื้อนกีฬาชกมวยไทยสู่โอลิมปิก กล่าวมาว่า ในฐานะที่ไอโอซีได้รับรองมวยไทยรวมทั้งอิฟมา ให้เข้ามาเป็นสมาชิกถาวร ตนในฐานะประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย และก็ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกที่เมืองไทยฯ พร้อมทั้งทีมงานผู้ตัดสิน แผนกรัฐบาล แล้วก็ราษฎรคนประเทศไทย รู้สึกภูมิใจ รวมทั้งยินดีเป็นอย่างยิ่ง

 

“ผมจำต้องขอขอบพระคุณท่านประธานไอโอซี โธมัสบาค รวมทั้งคณะกรรมการทุกคน ที่ได้ให้การสารภาพกีฬาชกมวยไทยในคราวนี้ ผมต้องการจะขอยกย่องอิฟมา แล้วก็สมาชิกอีกทั้ง 146 ประเทศ ที่ได้ร่วมมือกัน ประพฤติตามกฎข้อบังคับของโอลิมปิก จนได้รับความเชื่อใจอย่างยอดเยี่ยมจากไอโอซี ผมขอรับรองว่า รัฐบาลไทยจะเกื้อหนุนมวยไทย แล้วก็ช่วยเหลือการจัดการของอิฟมา อย่างเต็มเปี่ยม เนื่องจากว่าเรามีเป้าหมายด้วยกันเป็นการช่วยสนับสนุนให้กีฬาชกมวยไทยได้ใส่ร่วมแข่งในกีฬาโอลิมปิก ด้านในอนาคตอันใกล้”

ส่วน ดร.ศักดิ์ชาย กองทัพกาญจน์ ประธานอิฟมา กล่าวมาว่า ตนจำต้องขอขอบคุณมาก ที่ทำการระหว่างชาติของอิฟมาเป็นพิเศษ ซึ่งนำโดยผู้อำนวยการ ชาริสซ่า ไทนัน ที่ในตอนหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ได้ดำเนินงานอย่างมาก เพื่อมั่นอกมั่นใจได้ว่า พวกเราสามารถบรรลุจุดประสงค์ทางที่มีความสำคัญในการรบได้จริง และก็มีการทำเอกสารในแอปพลิเคชันที่มีความดกกว่า 1,000 หน้า เพื่อแสดงให้ไอโอซีได้มองเห็นถึงความกลมกลืนของพวกเรากับวาระโอลิมปิก 2020

ช่วงเวลาที่ พล.อ.อุดมบารมี สีตะลูก รองประธานอิฟมา เผยออกมาว่า จะต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมการบริหารอิฟมา สถานที่สำหรับทำงานอย่างมาก แล้วก็คณะกรรมการจัดแจงพิเศษที่ช่วยเหลือกันเสนอแนวความคิดและก็ทวนวิธีการสำหรับการสมัครเพื่อได้รับการยืนยัน รวมทั้งขอแสดงความขอบพระคุณอย่างจริงใจต่อไอโอซี ซึ่งนำโดย โธมัส บาค ประธานไอโอซี ที่ให้ความมั่นใจในอิฟมา และก็ขอบคุณมากเป็นพิเศษสำหรับหน่วยงานต่างๆของไอโอซีที่ร่วมมือแล้วก็ข้อเสนอตลอดเวลาที่ทำงานยื่นขอคำยืนยัน

นอกเหนือจากนั้นรองประธานอิฟมา ยังกล่าวขอบพระคุณประธานคณะกรรมการโอลิมปิกที่เมืองไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการมวยไทย, สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการของอิฟมาในฐานะประธานของ AIMS (Alliance of Independent Recognised Members of Sport) โดยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานับว่าไปถึงเป้าหมายเป็นอย่างมากสำหรับเพื่อการช่วยสนับสนุนให้กีฬาที่อยู่ภายใต้การดูแลของ AIMS ให้ได้เรื่องรับประกันมากมายเป็นสถิติถึง 6 จำพวก ซึ่งนับว่ามีเยอะมากที่สุดที่ได้รับการยืนยันสำหรับการสัมมนาคราวเดียวกันของคณะกรรมการบริหารไอโอซี

 

อ่านข่าวมวยมาใหม่ >>> muaythai123

เว็บหนังใหม่ล่าสุด >> เว็บดูหนังออนไลน์ฟรี

 

https://movieonlinepro.com/